เอมมิเลีย คลาร์ก

เอมมิเลีย คลาร์ก เปิดใจ ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองถึง 2 ครั้ง ขณะถ่ายทำซีรีส์ Game of Thrones ถึงขนาดจำชื่อตัวเองไม่ได้

เอมมิเลีย คลาร์ก เปิดใจ ป่วยหนัก 2 ครั้งระหว่างถ่าย Game of Thrones แต่ตายไม่ได้ !

เอมมิเลีย คลาร์ก เปิดใจ

เอมมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) นักแสดงสาวชาวอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 32 ปี เป็นที่รู้จักจากบทบาท เดแนริส ทาร์แกเรียน ในซีรีส์ชื่อดัง Game of Thrones เธอโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่แฟน ๆ บางคนอาจจะไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้เธอเคยป่วยหนักด้วยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง และล่าสุดเธอได้มีโอกาสออกมาเปิดใจพูดถึงเรื่องราวนี้ พร้อมทั้งเผยภาพช่วงที่เธอรักษาตัว ผ่านรายการ CBS Sunday Morning เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2562
เอมมิเลีย ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองถึง 2 ครั้ง ในปี 2554 เมื่อตอนที่เธออายุ 24 ปี ขณะกำลังเริ่มถ่ายทำซีรีส์ Game of Thrones โดยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง โดยหลอดเลือดส่วนหนึ่งมีการโป่งพองโตขึ้นเหมือนลูกผลไม้ที่ติดอยู่บนก้าน ผนังหลอดเลือดที่โป่งพองจะมีโอกาสแตกได้ง่าย เมื่อผนังหลอดเลือดมีการแตกออก จะส่งผลให้มีเลือดออกในสมอง
โดยครั้งแรกที่เธอป่วยคือตอนที่เธอกำลังถ่ายทำซีรีส์ซีซั่นที่ 2 เธอบรรยายถึงความเจ็บว่า “มันเหมือนกับมียางมารัดแน่น ๆ อยู่ที่สมอง” แต่หลังจากการรักษาจนร่างกายเริ่มฟื้นตัว เธอก็ต้องกลับไปถ่ายทำซีรีส์ต่อ เอมมิเลีย กล่าวว่า ตอนนั้นเธอไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องความตายของตัวเอง เพราะยุ่งมาก “เมื่อคุณเข้าไปที่ฉาก เล่นบทบาทของตัวเอง เดินผ่านไฟ พูดกับผู้คนเป็นร้อย ๆ ชีวิต ถูกสั่งให้ทำงานหนักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ช่วยให้ฉันไม่ต้องมีเวลามาคิดเรื่องความตายของตัวเอง”
ทว่าภายหลังจากจบการถ่ายทำซีรีส์ซีซั่นที่ 3 อาการป่วยของเธอก็กลับมาอีกครั้ง และมันรุนแรงกว่าครั้งแรก ในการป่วยครั้งที่ 2 ของเธอ ส่วนหนึ่งของสมองเกิดการขาดเลือดเป็นเวลานานกว่า 1 นาที ทำให้การรักษาครั้งนี้มีความน่ากลัวกว่าครั้งแรก แพทย์ต้องผ่าตัดสมองของเธอ
เอมมิเลีย กล่าวว่า “ตอนแรกมันเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ และพอครั้งที่สองที่พบว่าอาการกลับมา มันยิ่งยากที่ยังมองโลกในแง่ดีอยู่ ฉันต้องรักษาอาการไปแบบวันต่อวัน”
เอมมิเลียเผยถึงความยากลำบากในขณะที่เจ็บป่วยว่า มันทรมานและท้อแท้มาก ผลจากการรักษาทำให้การพูด และความจำของเธอผิดปกติ เธอจำบทไม่ได้ และจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง มันหนักหนาสำหรับเธอมากจนเธออยากจะจบทุกอย่างลง รวมถึงชีวิตของตัวเอง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ยอมแพ้และสู้ต่อ กระทั่งท้ายที่สุดเธอก็ผ่านมันมาได้ และตอนนี้อาการของเธอกลับมาเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *